ตะลุยโจทย์เท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น? เพราะเนื้อหายังไม่แน่น!
แผนเก็บเนื้อหา ป.4–6 ให้ครบ 5 วิชา 183 ประเด็น ก่อนเข้าช่วงตะลุยโจทย์
น้องหลายคนรีบทำโจทย์ตั้งแต่เนื้อหายังไม่ครบ ผลคือทำผิดซ้ำเรื่องเดิม เพราะไม่รู้ว่าพลาดที่หลักการตรงไหน การเตรียมสอบเข้า ม.1 สาธิตที่ได้ผลต้องทำตามลำดับ เนื้อหาต้องแน่นก่อน แล้วค่อยตะลุยโจทย์
แต่เนื้อหา ป.4–6 มีเยอะมาก จะเก็บให้ครบได้ยังไง? วันนี้ครูสรุปมาให้แล้วว่ามีทั้งหมดกี่เรื่อง เรื่องไหนต้องเริ่มก่อน และต้องใช้เวลากี่วันค่ะ
1. เช็กตัวเองก่อน: น้องต้องเก็บเนื้อหาเพิ่มไหม?
ก่อนจะวางแผนอ่าน สิ่งแรกที่ต้องรู้คือตอนนี้น้องอยู่จุดไหน เพราะเด็กแต่ละคนมาด้วยปัญหาไม่เหมือนกัน บางคนเนื้อหาแน่นแล้วแต่ทำโจทย์ช้า บางคนทำโจทย์คล่องเฉพาะบทที่เพิ่งเรียน พอเจอเรื่องของ ป.4 หรือ ป.5 กลับนึกไม่ออก
ผู้ปกครองหลายท่านใช้วิธีดูจากคะแนนสอบที่โรงเรียน แต่คะแนนในห้องเรียนวัดเฉพาะบทที่เพิ่งสอน ไม่ได้วัดว่าน้องจำเนื้อหาสะสมตลอด 3 ปีได้แค่ไหน ครูจึงทำเช็กลิสต์สั้นๆ นี้ขึ้นมา ให้น้องลองตอบตามความจริง ไม่ต้องกลัวผิด เพราะจุดประสงค์คือหาว่าควรเริ่มจากตรงไหน
2. เนื้อหาที่ต้องเก็บ มีทั้งหมด 183 ประเด็น
เนื้อหาสอบเข้า ม.1 ตั้งแต่ ป.4–6 เมื่อสกัดเฉพาะประเด็นที่ข้อสอบชอบออกจริงๆ จะได้ทั้งหมด 183 ประเด็น แบ่งเป็น 5 วิชา ตัวเลขนี้อาจดูเยอะ แต่ข้อดีคือมันมีขอบเขตชัดเจน น้องจะรู้ว่าต้องเก็บอะไรบ้าง และเหลืออีกกี่เรื่องถึงจะครบ
ที่ผ่านมาปัญหาของน้องหลายคนไม่ใช่ขี้เกียจอ่าน แต่คือไม่รู้ว่าต้องอ่านอะไร พอเปิดหนังสือเรียนทั้ง 3 ปีมากอง ก็ไม่รู้ว่าบทไหนออกสอบ บทไหนไม่ออก สุดท้ายอ่านตามลำดับหน้า เสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่ค่อยออก แล้วมาหมดเวลาตอนเจอเรื่องสำคัญ
ครูแนะนำให้น้องไล่อ่านรายการทั้ง 5 วิชาด้านล่างนี้ทีละข้อ แล้วทำเครื่องหมายไว้ 3 แบบ คือ เรื่องที่มั่นใจ เรื่องที่พอจำได้แต่ไม่แน่ใจ และเรื่องที่ไม่เคยเรียนหรือลืมไปแล้ว เท่านี้น้องจะได้แผนที่การอ่านของตัวเองทันที และรู้ว่าต้องทุ่มเวลาไปที่วิชาไหนก่อนค่ะ
วิทยาศาสตร์ 64 ประเด็น
วิทยาศาสตร์เป็นวิชาที่มีประเด็นเยอะที่สุดใน 5 วิชา เพราะรวมทั้งชีววิทยา เคมี ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ และโลกของเราไว้ด้วยกัน
ฝั่งชีววิทยาเริ่มตั้งแต่อาณาจักรของสิ่งมีชีวิต การแบ่งประเภทและส่วนประกอบของพืช การลำเลียงสาร การคายน้ำ การสังเคราะห์แสง ดอกและผล ไปจนถึงการแบ่งประเภทของสัตว์ การสืบพันธุ์ และระบบต่างๆ ในร่างกาย ทั้งระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย รวมถึงเซลล์ พันธุศาสตร์ ห่วงโซ่อาหาร และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต
ฝั่งเคมีจะเน้นเรื่องสถานะของสาร การจำแนกประเภทของสาร การแยกสาร กรด-เบส การเปลี่ยนแปลงของสาร และการทดสอบสารอาหาร ส่วนฟิสิกส์มีทั้งแรงเสียดทาน เครื่องผ่อนแรง อัตราเร็ว ความหนาแน่น แรงพยุง ไฟฟ้าสถิต ไฟฟ้ากระแส วงจรไฟฟ้า แสง เสียง และความร้อน
ปิดท้ายด้วยดาราศาสตร์และโลกของเรา ทั้งระบบสุริยะ ข้างขึ้นข้างแรม สุริยุปราคา-จันทรุปราคา กลุ่มดาว การอ่านแผนที่ดาว ฤดูกาล ดิน หิน น้ำกระด้าง และบรรยากาศ
ทำไมต้องเก็บให้ครบ: เนื้อหาเยอะและกระจายหลายบท ถ้าไม่ทวนเป็นระบบ น้องมักจำได้แค่บางเรื่อง แล้วเสียคะแนนในเรื่องที่ไม่ได้อ่านไปฟรีๆ
คณิตศาสตร์ 20 ประเด็น
คณิตศาสตร์มีหัวข้อน้อยที่สุดใน 5 วิชา แต่เป็นวิชาที่ต้องเข้าใจให้ลึก เพราะข้อสอบไม่ได้ถามตรงๆ ตามสูตร แต่เอาหลายเรื่องมารวมในข้อเดียว
เริ่มจากพื้นฐานจำนวน ได้แก่ การบวกลบคูณหารจำนวนเต็ม ตัวประกอบ ค.ร.น. ห.ร.ม. เศษส่วน ทศนิยม เลขยกกำลัง และสมการ จากนั้นเป็นกลุ่มเรขาคณิต ทั้งมุมและเส้นขนาน รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม ปริมาตรรูปทรงสามมิติ สามเหลี่ยมคล้าย และพีทาโกรัส
อีกกลุ่มคือโจทย์ที่ออกสอบบ่อยมาก ได้แก่ บัญญัติไตรยางศ์ ร้อยละและอัตราส่วน แผนภูมิและสถิติ การนับและเรียงสับเปลี่ยน ความน่าจะเป็น เซต รวมถึงคู่อันดับและกราฟ
ทำไมต้องเก็บให้ครบ: ถ้าพื้นฐานเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่แน่น เช่น เศษส่วนหรือร้อยละ น้องจะติดตั้งแต่ขั้นตอนแรกของโจทย์ ทำให้เสียเวลาและทำข้อยากๆ ไม่ทัน
ภาษาไทย 19 ประเด็น
ภาษาไทยเป็นวิชาที่น้องหลายคนคิดว่าไม่ต้องอ่าน แต่ข้อสอบมักออกในจุดที่เราใช้ผิดกันจนชิน ถ้าไม่แม่นหลักก็จะพลาดซ้ำในเรื่องเดิม
กลุ่มหลักภาษาครอบคลุมเสียงในภาษาไทย พยางค์ คำ ชนิดของคำ การสร้างคำ กลุ่มคำและวลี ประโยคในภาษาไทย คำยืมจากภาษาต่างประเทศ และการใช้คำราชาศัพท์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ออกสอบแทบทุกปี
อีกกลุ่มคือการใช้ภาษาและวรรณคดี ทั้งระดับภาษา การใช้โวหารและภาพพจน์ การเขียน บทร้อยกรอง สำนวน สุภาษิต คำพังเพย การเรียงลำดับพจนานุกรม การใช้เครื่องหมายวรรคตอน การอ่านออกเสียง ทักษะการอ่านจับใจความ และภาษากับวรรณศิลป์
ทำไมต้องเก็บให้ครบ: ภาษาไทยเป็นวิชาที่เก็บคะแนนได้ง่ายที่สุดถ้าแม่นหลัก เพราะใช้หลักการตัดตัวเลือกที่ผิดออกได้ทันที ไม่ต้องเดา
สังคมศึกษา 20 ประเด็น
สังคมศึกษาเป็นวิชาที่เนื้อหากว้างที่สุด เพราะรวม 5 สาระไว้ด้วยกัน ถ้าอ่านแบบกระจัดกระจายจะจำสลับกันง่ายมาก
สาระศาสนามีทั้งพุทธประวัติ หลักธรรมสำคัญ ศาสนพิธีและวันสำคัญ และศาสนาอื่นในประเทศไทย ส่วนสาระหน้าที่พลเมืองครอบคลุมสิทธิ เสรีภาพ หน้าที่ ระบอบการปกครองของไทย กฎหมายใกล้ตัว วัฒนธรรมและประเพณีไทย
สาระเศรษฐศาสตร์มีระบบเศรษฐกิจ สินค้าและบริการ สหกรณ์ เศรษฐกิจพอเพียง และสถาบันการเงิน ส่วนประวัติศาสตร์เน้นการแบ่งยุคสมัย วิธีการทางประวัติศาสตร์ รัฐไทยในดินแดนไทย และบุคคลสำคัญ ปิดท้ายด้วยภูมิศาสตร์ ทั้งเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ ภูมิศาสตร์ประเทศไทย และแหล่งมรดกโลกของไทย
ทำไมต้องเก็บให้ครบ: สังคมเป็นวิชาที่ทำคะแนนได้เต็มถ้าจำแม่น แต่ต้องจัดเนื้อหาเป็นหมวดก่อน ไม่อย่างนั้นจะจำสับสนระหว่างยุคสมัย บุคคล และหลักธรรม
ภาษาอังกฤษ 60 ประเด็น
ภาษาอังกฤษมีประเด็นรองจากวิทยาศาสตร์ และแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ที่ต้องใช้ร่วมกันในข้อสอบ
กลุ่มแรกคือบทสนทนาในชีวิตประจำวัน (Conversation) ได้แก่ การทักทาย การกล่าวลา การแนะนำตัว การขอบคุณ การขอโทษ การถามทาง ถามเวลา ถามสารทุกข์สุกดิบ พูดถึงสภาพอากาศ การเสนอความช่วยเหลือ การร้องขอ การแสดงความคิดเห็น การชื่นชม และการเชิญชวน
กลุ่มที่สองคือไวยากรณ์ (Grammar) ซึ่งเป็นส่วนที่มีมากที่สุด ทั้ง Articles, Pronoun, Verb to be / to do / to have, Tense ทั้ง Present, Past, Future, Passive Voice, Modal Verbs, Question Words, Adjective และการเรียงลำดับคำคุณศัพท์, Adverb, If Clause, Wish Sentences, Prepositions, Quantifiers และชนิดของประโยค
กลุ่มสุดท้ายคือทักษะการอ่าน (Reading) ทั้งการอ่านเร็วเพื่อจับใจความ (Skimming) การอ่านหาข้อมูลเฉพาะจุด (Scanning) และการอ่านละเอียด (Detailed Reading) พร้อมคำศัพท์ที่พบบ่อยในข้อสอบ
ทำไมต้องเก็บให้ครบ: ข้อสอบอังกฤษไม่ได้แยกถามทีละส่วน ในบทอ่านข้อเดียวน้องต้องใช้ทั้งคำศัพท์และไวยากรณ์ไปพร้อมกัน ถ้าเก่งแค่ส่วนเดียวก็ยังทำคะแนนได้ไม่เต็มที่
3. เวลาน้อย? เริ่มจาก 10 หัวข้อที่ออกสอบบ่อยก่อน
ถ้าเวลาเหลือไม่มากพอจะอ่านครบทั้ง 183 ประเด็นในรอบแรก ก็ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะไม่ใช่ทุกเรื่องที่ออกสอบบ่อยเท่ากัน จากการเก็บสถิติข้อสอบเก่าของโรงเรียนสาธิต คุณครูพบว่ามีบางหัวข้อที่กลับมาออกเกือบทุกปี น้องจึงควรเก็บกลุ่มนี้ให้แน่นก่อนเป็นอันดับแรก
วิธีใช้คือให้น้องอ่าน 10 หัวข้อของแต่ละวิชาในภาพด้านล่างนี้ให้จบก่อน 1 รอบ แล้วค่อยวนกลับมาเก็บเรื่องที่เหลือในรอบที่สอง ข้อดีของการอ่านแบบนี้คือ ถึงเวลาจะไม่พอจริงๆ น้องก็ยังได้คะแนนจากกลุ่มที่ออกบ่อยไปแล้ว ไม่ใช่เสียคะแนนทั้งหมดเพราะอ่านไม่ทัน
สำหรับน้องที่ยังมีเวลาอีกหลายเดือน แนะนำให้อ่านให้ครบทุกประเด็นอยู่ดี แล้วใช้ 10 หัวข้อนี้เป็นตัวช่วยจัดลำดับว่าเรื่องไหนควรทวนซ้ำบ่อยที่สุดค่ะ
4. อ่านแล้วต้องจำได้ ใช้เทคนิคการจำช่วย
อ่านแล้วเข้าใจเป็นเรื่องหนึ่ง แต่จำได้จนถึงวันสอบเป็นอีกเรื่องหนึ่ง น้องหลายคนอ่านจบแล้วรู้สึกว่าเข้าใจหมด พอผ่านไป 2 สัปดาห์กลับนึกไม่ออก เพราะสมองจำข้อมูลที่ไม่มีที่เกาะได้ไม่นาน
ทางแก้คือเปลี่ยนเนื้อหายากๆ ให้กลายเป็นสิ่งที่สมองจำง่าย เช่น คำคล้องจอง ภาพ ตาราง หรือประโยคสั้นๆ ที่ท่องได้ทันที วิธีนี้ช่วยให้น้องดึงความรู้ออกมาใช้ในห้องสอบได้เร็วขึ้นมาก เพราะไม่ต้องนั่งไล่คิดใหม่ทั้งกระบวนการ
ตัวอย่างเทคนิคที่คุณครูใช้สอนในคอร์ส เช่น
- การเทียบศักราช: จำว่า “เฮีย ร้อง ครับ จน มึน” = 1122 / 2324 / 543 / 1181 / 621
- คำเป็น คำตาย: คำตายคือคำที่ประสมสระเสียงสั้น หรือสะกดด้วยแม่ กก กด กบ
- Adjective Order: เรียงคำคุณศัพท์ตามลำดับ Opinion → Size → Shape → Age → Colour → Pattern → Origin → Material → Noun
5. แผนเก็บเนื้อหาครบ 5 วิชา ใน 9 วัน
รู้แล้วว่าต้องเก็บอะไรบ้าง คำถามต่อมาคือจะใช้เวลาเท่าไหร่ ครูจึงทำตารางนี้ขึ้นมาให้เห็นภาพชัดๆ ว่าถ้าตั้งใจจริง เนื้อหาทั้ง 5 วิชาใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด
คอร์สสรุปเนื้อหาขั้นเทพแบ่งเป็นวิชาละ 9 Part (Part ละ 1 ชั่วโมง) รวมทั้งหมด 45 Part ถ้าน้องเรียนวันละ 5 Part ตามตารางด้านล่างนี้ จะเก็บเนื้อหาครบทั้ง 5 วิชาได้ภายใน 9 วัน เหมาะมากกับช่วงปิดเทอมหรือช่วงโค้งสุดท้ายที่ต้องเร่ง
ตารางนี้จัดลำดับให้แล้วว่าวันไหนเรียนวิชาอะไร Part ไหน น้องไม่ต้องมานั่งคิดเองว่าจะเริ่มจากตรงไหน แค่ทำตามไปทีละวัน และถ้าวันไหนไม่ไหวก็ขยับไปวันถัดไปได้ เพราะคอร์สเป็นออนไลน์ เรียนเวลาไหนก็ได้ค่ะ
6. คอร์สเดียว ครบทุกบท ก่อนสอบจริง!
ถ้าน้องต้องไปนั่งสรุป 183 ประเด็นนี้เองจากหนังสือเรียนทั้ง 3 ปี อาจใช้เวลาเป็นเดือน และยังเสี่ยงที่จะสรุปไม่ตรงกับที่ข้อสอบออกจริง คอร์ส “สรุปเนื้อหาขั้นเทพ” จึงเกิดขึ้นมาเพื่อตัดขั้นตอนตรงนี้ออกไป
คุณครูของแต่ละวิชาเป็นคนสกัดเนื้อหาสำคัญของ ป.4–6 ที่ข้อสอบเข้า ม.1 ชอบออกมาให้แล้ว พร้อมใส่เนื้อหาเกินหลักสูตรที่ข้อสอบสาธิตชอบถาม สูตรลับ และเทคนิคการจำในทุกบท ครบและจบในเล่มเดียว น้องไม่ต้องไปหาซื้อหนังสือหลายเล่มมาอ่านเทียบกันเอง
เมื่อเก็บเนื้อหาครบแล้ว น้องจะเข้าสู่ช่วงตะลุยโจทย์ได้อย่างมั่นใจ เพราะเวลาทำโจทย์ผิด จะรู้ทันทีว่าผิดเพราะหลักการเรื่องไหน แล้วกลับมาเปิดทวนเฉพาะจุดนั้นได้เลย
7. เสียงจากน้องๆ และผู้ปกครอง
คอร์สขายดีของสถาบัน การันตีคุณภาพด้วยการบอกต่อ
มีน้องๆ เข้าเรียนไปแล้วมากกว่า 2,500 คน
สมัครเรียนได้แล้ววันนี้
คอร์สสรุปเนื้อหาขั้นเทพเป็นคอร์สออนไลน์ สมัครวันนี้สามารถเข้าเรียนได้ทันที ไม่ต้องรอรอบ ไม่ต้องเดินทาง เรียนที่บ้านเวลาไหนก็ได้ และกลับมาดูซ้ำได้ไม่จำกัดตลอด 6 เดือน
สอบติดสาธิตไม่ใช่เรื่องฟลุค แต่ต้องเตรียมตัวให้ถูกทาง
เริ่มจากเก็บเนื้อหาให้แน่น แล้วค่อยก้าวเข้าสู่ช่วงตะลุยโจทย์ สมัครเรียนหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ LINE @bigbraintalk ค่ะ
คอร์สติวเข้มสอบเข้าม.1 โรงเรียนสาธิตฯ
เสียงตอบรับจากน้องๆและผู้ปกครอง
สมัครเรียนง่ายๆใน 3 ขั้นตอน
💥สมัครตอนนี้เริ่มเรียนได้ทันที
⭐️ ฟรี เอกสารประกอบการเรียนส่ง EMS ถึงบ้าน
⭐️ ฟรี เรียนซ้ำทบทวนได้ ไม่จำกัดชั่วโมงเรียน
⭐️ ฟรี LINE ครู Support ดูแลจนกว่าจะสอบติด
⭐️ โอนเงินผ่านธนาคารหรือบัตรเครดิต

