ค่าเทอมสาธิตประสานมิตร ปีการศึกษา 2569

🎯 ค่าเทอมโรงเรียนสาธิตประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ม.1 ปีการศึกษา 2569

การเลือกหลักสูตรในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่ใช่เพียงการเลือก “ห้องเรียน” แต่คือการเลือก “แนวทางการพัฒนา” ที่ส่งผลต่อทั้งการเรียนรู้ ความมั่นใจ และอนาคตของน้องในระยะยาว

โรงเรียนสาธิตประสานมิตร เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เลือกเรียนใน 3 หลักสูตรหลัก ได้แก่

👉 หลักสูตรภาคปกติ
👉 หลักสูตร Trilingual Plus+ (ไทย – อังกฤษ – จีน)
👉 หลักสูตร SPIP (Satit Prasarnmit International Program)

แต่ละหลักสูตรมีจุดเด่น วิธีการเรียน และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน เพื่อรองรับศักยภาพและเป้าหมายที่หลากหลายของนักเรียน

🎓 1. หลักสูตรภาคปกติ

“รากฐานที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จ”

💰 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 67,200 บาท / ปี

แนวทางการเรียน

หลักสูตรภาคปกติ ใช้ภาษาไทยเป็นหลักในการเรียนการสอน เน้นการสร้าง “ความเข้าใจอย่างเป็นระบบ” ในทุกวิชา

นักเรียนจะได้เรียนรู้ผ่านกระบวนการที่เป็นขั้นตอน
ตั้งแต่พื้นฐาน → การประยุกต์ → การวิเคราะห์

โดยมุ่งเน้นให้ “เข้าใจจริง” มากกว่าการท่องจำ

✨ พื้นฐานวิชาการที่แข็งแรง พร้อมทั้งกิจกรรมที่เป็นเลิศ
✨ การคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ
✨ ความแม่นยำในการทำข้อสอบ
✨ ความพร้อมสำหรับการสอบแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น


เหมาะกับน้องที่ต้องการ วางรากฐานให้แน่นอย่างจริงจัง, เข้าใจเนื้อหาแบบลึก ไม่ใช่แค่ทำได้, พัฒนาความคิดอย่างเป็นขั้นตอน เติบโตแบบมั่นคงและต่อเนื่อง

🎓 1. หลักสูตร Trilingual Plus+ 

“เรียนรู้ 3 ภาษา เพื่อเปิดโอกาส 3 เท่า”

💰 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 180,000 บาท / ปี

แนวทางการเรียน

หลักสูตร Trilingual Plus+ เป็นการเรียนรู้แบบ “หลายภาษา”
ที่ผสานการเรียนวิชาการเข้ากับการใช้ภาษา

นักเรียนจะได้เรียน

  • ภาษาไทย (เพื่อความเข้าใจเนื้อหา)
  • ภาษาอังกฤษ (เพื่อการเรียนรู้และสื่อสาร)
  • ภาษาจีน (เพื่อเพิ่มศักยภาพในอนาคต)

✨ ใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนวิชาการได้จริง
✨ มีพื้นฐานภาษาจีนที่ต่อยอดได้
✨ ฝึกคิด วิเคราะห์ และสื่อสารหลายภาษา
✨ ได้เปรียบทั้งด้านการเรียนและโอกาสในอนาคต


เหมาะกับน้องที่พร้อมเรียนรู้ผ่าน 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และจีน เน้นการใช้ภาษาในการคิดและสื่อสารจริง พัฒนาทั้งวิชาการและทักษะภาษาไปพร้อมกันอย่างต่อเนื่อง 

🎓 3. หลักสูตร SPIP (Satit Prasarnmit International Program)

“มาตรฐานสากล เพื่ออนาคตระดับโลก”

💰 ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 585,000 บาท / ปี

แนวทางการเรียน

หลักสูตร SPIP เป็นหลักสูตรนานาชาติ
ที่อิงตามมาตรฐาน Cambridge International

การเรียนการสอนใช้ภาษาอังกฤษ 100%
และเน้น “การเรียนรู้เชิงลึก” มากกว่าการท่องจำ

นักเรียนจะได้เรียนในรูปแบบ

  • การตั้งคำถาม (Inquiry-Based Learning)
  • การคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking)
  • การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Active Learning)

✨ ใช้ภาษาอังกฤษในระดับวิชาการได้อย่างมั่นใจ
✨ พัฒนาทักษะการคิด วิเคราะห์ และสื่อสาร
✨ ได้รับมาตรฐานการศึกษาระดับสากล
✨ เปิดโอกาสสู่มหาวิทยาลัยต่างประเทศ


เหมาะกับน้องที่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษดี พร้อมเรียนในระบบอินเตอร์ กล้าคิด กล้าถาม และกล้าแสดงออก มีเป้าหมายศึกษาต่อในระดับนานาชาติ

ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกหลักสูตรสำหรับน้องในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ไม่ว่าจะเป็น ภาคปกติ, Trilingual Plus+ หรือ SPIP (Cambridge International Program) ไม่ได้มีคำตอบตายตัวว่า “หลักสูตรไหนดีที่สุด”

แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ “หลักสูตรไหนเหมาะกับน้องมากที่สุด” เพราะแต่ละหลักสูตรถูกออกแบบมาเพื่อ “พัฒนาศักยภาพในรูปแบบที่แตกต่างกัน” ไม่ใช่เพื่อแข่งขันกันว่าแบบใดเหนือกว่า


หลักสูตรภาคปกติ เป็นจุดเริ่มต้นที่มั่นคงที่สุด เหมาะสำหรับการวางรากฐานทางวิชาการให้แข็งแรง พัฒนาแนวคิดอย่างเป็นระบบ และค่อย ๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับน้องที่ต้องการความเข้าใจที่ลึกและยั่งยืนในระยะยาว

ในขณะที่หลักสูตร Trilingual Plus+ เป็นการขยายศักยภาพของน้องให้ก้าวไปอีกขั้น โดยเพิ่ม “ภาษา” เข้ามาเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงแค่เรียนภาษา แต่คือการ “คิดผ่านหลายภาษา” ซึ่งจะช่วยให้น้องมีความยืดหยุ่นทางความคิด และมีความได้เปรียบในโลกที่ต้องใช้ทักษะหลายด้านพร้อมกัน

ส่วนหลักสูตร SPIP (Satit Prasarnmit International Program) ถือเป็นอีกระดับของการเรียนรู้ ที่เปลี่ยนรูปแบบการเรียนจาก “การรับความรู้” ไปสู่ “การสร้างความเข้าใจด้วยตัวเอง” นักเรียนจะไม่ได้เรียนเพียงเพื่อสอบ แต่จะได้เรียนรู้เพื่อ “เข้าใจโลก” ผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ ตั้งคำถาม และการสื่อสารในระดับสากล ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในอนาคต


ในด้านค่าใช้จ่าย ตัวเลขที่แตกต่างกันของแต่ละหลักสูตร ไม่ได้สะท้อนเพียงค่าเรียน แต่สะท้อนถึง “รูปแบบการเรียนรู้ ประสบการณ์ และโอกาส”
ที่น้องจะได้รับในแต่ละเส้นทาง ดังนั้น การตัดสินใจเลือกหลักสูตร จึงไม่ควรพิจารณาเพียงความยากง่าย หรือชื่อของหลักสูตร

แต่ควรมองในภาพรวมของ

👉 พื้นฐานและความพร้อมของน้อง
👉 ความสนใจและความถนัด
👉 เป้าหมายในอนาคต
👉 และความเหมาะสมของครอบครัวในระยะยาว

✨ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ความสำเร็จของน้อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเลือกหลักสูตรไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่า “น้องได้เรียนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับตัวเองหรือไม่” และเมื่อเลือกได้อย่างเหมาะสม น้องจะไม่เพียงแค่เรียนได้ดี แต่จะสามารถเติบโตอย่างมั่นใจ มีความสุข และพร้อมก้าวต่อไปในเส้นทางของตัวเองได้อย่างแข็งแรง

❤️ การเลือกหลักสูตรในวันนี้ อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ แต่คือ “จุดเริ่มต้นของอนาคตที่ยิ่งใหญ่” ของน้องทุกคน 🚀